
Search!
Enter your keywords:Recent Posts
- รางวัล ที่คนทำงานยุคใหม่ ใฝ่หา
- ฝากประจำ ดอกเบี้ยสูง จริงหรือ
- มีปัญหากับ KrungSri First Choice แฮะ
- เสียความรู้สึกที่ ดาษดา แกลลอรี่ เขาใหญ่
- เกณฑ์การรับเงินชดเชย น้ำท่วม
- เที่ยวเกาะล้าน ใส่ One piece wool long johns โชว์สาว
- The Mens One Piece Wool Long Johns
- Wow Florists Fashion in the Land
- พ่อมด น้อย ทางการเงิน ก๊าก..กก
- หนาวนี้ ไปเที่ยว เกาะล้าน พัก รีสอร์ท
Archives
- February 2012
- January 2012
- December 2011
- November 2011
- October 2011
- September 2011
- August 2011
- July 2011
- June 2011
- May 2011
- April 2011
- March 2011
Blogroll
เหตุผลที่เราควรลงทุน ในกองทุนรวม
สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการจะเริ่มลงทุน คงเคยได้ยินเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมกันบ้างแล้ว และยังสงสัยอยู่ว่า การที่จะ ลงทุนในกองทุนรวมนั้น มีเหตุผลอะไรที่เราควรลงทุนในกองทุนรวม ในเมื่อการลงทุนมีรูปแบบให้เราเลือกตั้งมากมายไม่ว่าจะเป็นการซื้อหุ้นเพื่อหวังเงินปันผล หรือกำไรจากการขายหุ้น หรือการซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนเพราะเห็นว่าให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากธนาคาร หรือหากมีเงินเป็นก้อนใหญ่ก็อาจทำธุรกิจโรงแรม หอพักให้เช่า เป็นต้น คุณอยากรู้ไหมว่ามีเหตุผลอะไร?
ถ้าหากว่า คุณไม่มีเวลาติดตามข่าวสารทางการเงินอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องเหมือนคนที่ทำงานในวงการการลงทุนแล้ว และไม่มีความรู้ความชำนาญในการลงทุนดีพอและคิดว่าการตัดสินใจลงทุนด้วยตนเองอาจเกิดข้อผิดพลาด หรือไม่รู้ว่ามีช่องทางในการลงทุนอะไรบ้างและจะลงทุนอย่างไร การลงทุนในกองทุนรวม จะช่วยลดปัญหาในเรื่องดังกล่าวให้คุณได้ เนื่องจาก การลงทุนในกองทุนรวม นั้นจะมีบริษัทจัดการกองทุน ซึ่งรวมถึงมีทีมงานที่มีความรู้ความชำนาญในการลงทุน ทำหน้าที่ติดตามข่าวสาร และตัดสินใจลงทุนแทนคุณ ในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทต่างๆ เช่น หุ้น พันธบัตร ตั๋วเงิน อสังหาริมทรัพย์ ตามนโยบายการลงทุนที่คุณได้เลือกลงทุนในตอนแรก ตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนของกองทุนประเภทต่างๆ และเมื่อกองทุนมีกำไรจากการลงทุนก็จะมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนนั้นๆ (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของแต่ละกองทุน)
[ad#ad-3]ถ้าผู้ลงทุนมีเงินจำนวนจำกัด และต้องการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินต่างๆ ให้มีความหลากหลายประเภทเพื่อกระจายความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนกระจุกตัวในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใด และต้องการลดต้นทุนที่อาจสูงเกินไปจากการที่คุณต้องลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินต่างๆ ด้วยตนเอง การลงทุนในกองทุนรวมจะช่วยลดข้อจำกัดในเรื่องดังกล่าวให้คุณได้ เนื่องจากการลงทุนในกองทุนรวมเป็นการระดมทุนจากผู้ลงทุนรายย่อยหลายๆ ราย ทำให้เงินที่แต่ละคนนำมารวมกันมีจำนวนมากพอ โดยกองทุนก็จะนำเงินที่ระดมทุนได้มานั้น ไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งคุณสามารถเลือกลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการ
ถ้าอยากมั่นใจว่าหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่คุณลงทุนไปนั้น มิได้หายไปไหน (จากการกระทำที่ทุจริต) และต้องการความมั่นใจในการลงทุนว่าจะมีการลงทุนรูปแบบไหนที่มีระบบงานรองรับที่โปร่งใสและเชื่อถือได้ การลงทุนในกองทุนรวมจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการลงทุนให้กับคุณได้ เนื่องจากกองทุนรวมนั้นจะมีผู้ดูแลผลประโยชน์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคุณที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุน ในการรักษาผลประโยชน์ต่างๆ เช่น การดูแลตรวจสอบการบริหารจัดการกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน หรือการสอบทานความถูกต้องของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม ฯลฯ และยังมีการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุนให้แก่คุณ นอกจากนี้ยังมีสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นผู้กำกับดูแลและกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับธุรกิจจัดการลงทุนอีกด้วย
การลงทุนและต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี การลงทุนในกองทุนรวมสามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้ โดยสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่คุณจะได้รับนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี
1. ลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป ?เงินได้จากการขายหน่วยลงทุน? จะได้รับยกเว้นภาษี ทำให้คุณได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ซื้อหน่วยลงทุนราคา 1,000 บาท ต่อมาขายได้ในราคา 1,050 บาท กำไร 50 บาทที่ได้นั้น ไม่ต้องนำไปเสียภาษีเงินได้ (แต่หากเป็นเงินได้จากเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไรจะยังคงมีภาระภาษี โดยจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ซึ่งคุณมีสิทธิเลือกที่จะนำเงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนรวมไปรวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีตอนสิ้นปีหรือไม่ก็ได้ แต่จะไม่สามารถนำมาเครดิตภาษีเงินปันผล)
2. ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนทั้ง 2 ประเภทนี้ สามารถนำไปหักลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกินกองละ 15% ของเงินได้พึงประเมิน (เงินได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ดังนั้นหมายความว่าสามารถสามารถนำไปลดหย่อนได้ถึง 1,000,000บาท (ในส่วนของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพต้องนำไปรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่นายจ้างหักและนำส่งบริษัทจัดการในแต่ละปีด้วย)
จากเหตุผลที่หยิบยกมาเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นกับการลงทุนในกองทุนรวม
เรื่องอื่นที่น่าสนใจ ที่คุณอาจต้องการรู้
- Passbook สำหรับ 11 กองทุนของ MFC
- กองทุนรวม FIF กับฟองสบู่ดูไบ
- สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
- อเบอร์ดีนประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมการขายกองทุน
- วัตถุประสงค์ของกองทุนรวมทองคำ
ขอบคุณค่ะ
Cheap Best News Cyber Biz
- โซนี่ส่งหูฟังซีรีย์ XBA ลงตลาดระดับกลางถึงไฮเอนด์ (ชมคลิป)
- กสทช.บีบค่ายมือถือกำหนดวันหมดอายุพรีเพดใหม่ใน 30 วัน
- 'กิตติศักดิ์' คว้าเก้าอี้ซีอีโอ กสท ตามคาด
- ซัมซุงยัน Galaxy S III ไม่เปิดตัวที่ฝรั่งเศส
- 'ฟูจิ ซีร็อกซ์' ดันธุรกิจเอาท์ซอร์ส ให้คำปรึกษาลดค่าใช้จ่ายองค์กร
- จับตาเฟซบุ๊กลุยโฆษณามือถือ-แท็บเล็ต
- รับชมวิดีโอแรก Google Chrome สำหรับแอนดรอยด์
- กสทช.เตรียมรื้อเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมาย
- นิคอน จุดพลุ กล้องฟูลเฟรม D800 ชูความละเอียด 36.3 ล้านพิกเซล
- ลาก่อน ปุ่ม Start บน Windows : Cyber talk



