
Search!
Enter your keywords:Recent Posts
- รางวัล ที่คนทำงานยุคใหม่ ใฝ่หา
- ฝากประจำ ดอกเบี้ยสูง จริงหรือ
- มีปัญหากับ KrungSri First Choice แฮะ
- เสียความรู้สึกที่ ดาษดา แกลลอรี่ เขาใหญ่
- เกณฑ์การรับเงินชดเชย น้ำท่วม
- เที่ยวเกาะล้าน ใส่ One piece wool long johns โชว์สาว
- The Mens One Piece Wool Long Johns
- Wow Florists Fashion in the Land
- พ่อมด น้อย ทางการเงิน ก๊าก..กก
- หนาวนี้ ไปเที่ยว เกาะล้าน พัก รีสอร์ท
Archives
- February 2012
- January 2012
- December 2011
- November 2011
- October 2011
- September 2011
- August 2011
- July 2011
- June 2011
- May 2011
- April 2011
- March 2011
Blogroll
ทุ่งใหญ่นเรศวร

กว่าศตวรรษที่ผ่านมา ประวัติศาสตร์ของผืนป่าตะวันตกไม่ได้บรรจุเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง ชุมชนกะเหรี่ยงที่มีต่อธรรมชาติไว้ให้สังคมไทยได้รับรู้ จากข้อมูลเกี่ยวกับชาวกะเหรี่ยงในป่าทุ่งใหญ่ ของปิ่ นแก้ว เหลืองอร่ามศรี เจ้าหน้าที่จากโครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ ระบุว่านับตั้งแต่สมัยปลายอยุธยาจนถึงช่วงกลาง สมัยรัตนโกสินทร์ ฐานะของชุมชนกะเหรี่ยงในผืนป่าตะวันตกได้รับการยอมรับจากรัฐไทยตลอดมา หลังจากอพยพหนีการรุกรานของกองทัพพม่าที่เข้ามาโจมตีไทย ชาวกะเหรี่ยงเริ่มปักหลักตั้งถิ่นฐานบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำแควใหญ่ แควน้อยตอนบน เมืองศรีสวัสดิ์และเมืองสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี แม่น้ำแม่กลอง เมืองอุ้มผาง จ.ตาก ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญของไทย อีกทั้งผู้นำกะเหรี่ยงในชุมชนก็ยังได้รับพระราชทานตำแหน่งเป็นเจ้าเมือง ดูแลปกครองดินแดนแถบดังกล่าวและมีอิสระในการดำเนินชีวิตภายใต้แบบแผนประเพณีแห่งการยังชีพด้วยวิถีทางของตัวเอง
เมื่อครั้งพระศรีสุวรรณ ปกครองเมืองสังขละบุรี ในสมัยรัชกาลที่ 3 ชุมชนกะเหรี่ยงทำไร่ข้าว ทุกวันนี้ก็ยังทำไร่เช่นเดิม เพราะข้าวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตชาวกะเหรี่ยง ไร่ข้าวจะอยู่ตามสายน้ำ หมู่บ้านกะเหรี่ยงในป่าทุ่งใหญ่จะตั้งบ้านเรือนอยู่ริมฝั่งลำห้วยใหญ่น้อย ป่าแก่หรือไม้ใหญ่จะไม่โค่นเพราะน้ำจะแห้ง ตามความเชื่อของชาวกะเหรี่ยง ทำเลเหมาะสมในการตั้งบ้านเรือนจะต้องเป็นพื้นที่ราบ มีความลาดชันไม่มาก ไม่อยู่ติดภูผาและไม่อยู่ในป่าใหญ่หรือป่าดงดิบ ดังนั้นอาณาบริเวณรอบหมู่บ้านมักเป็นป่าเบญจพรรณ ซึ่งมีไม้ไผ่เป็นหลัก เหมาะสมกับการทำไร่ข้าว ซึ่งถือเป็นหัวใจของการยังชีพของชุมชนกะเหรี่ยงมาหลายศตวรรษ
สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองใน 100 ปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เริ่มส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการปรับตัวของชุมชนกะเหรี่ยง โดยเฉพาะนโยบายการอนุรักษ์ด้วยสายตาหวาดระแวงของภาครัฐตลอดมา มาตรการปราบปรามที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ในปัจจุบันคือ แผนบินตรวจสอบป่าทุ่งใหญ่ บริเวณใดที่มีชาวบ้านบุกรุกแผ้วถางป่า ก็จะจับกุมและดำเนินคดีทันที โดยอาศัยอำนาจตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 อานนท์ เสตะพันธุ์ อบต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี เชื้อสายกะเหรี่ยงรุ่นใหม่ เล่าถึงวิถีการดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยงว่า การทำไร่หมุนเวียนเป็นแบบแผนทางการผลิตดั้งเดิมที่สืบทอดมาแต่อดีต พวกเราทำไร่ข้าวด้วยความพอดี ข้าวมีค่ามากกว่าทรัพย์สินเงินทอง วิถีการผลิตแบบพอเพียงนี้ตรงข้ามกับระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ ซึ่งนำไปสู่ความละโมบ ไม่รู้จักพอ การทำไร่หมุนเวียน เป็นระบบการผลิตที่ต้องอาศัยความรู้ทางด้านนิเวศน์วิทยาที่ละเอียดอ่อนซับซ้อน เช่น ความรู้เรื่องป่า ภูมิอากาศ พืชพันธุ์ สัตว์ป่าและสิ่งคุ้มครองธรรมชาติ
[ad#ad-4]ภายใต้การดำเนินวิถีชีวิตด้วยการทำไร่ข้าวแบบหมุนเวียน เราจะพบว่าขั้นตอนต่างๆในการทำไร่ คนกะเหรี่ยงจะปฏิบัติต่อธรรมชาติด้วยความเคารพ ไม่ได้มองธรรมชาติเป็นเพียงส่วนประกอบของดินกับทราย หากมนุษย์เป็นเพียงผู้เข้ามาขอใช้และเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติเพื่อยังชีพให้อยู่รอด วิถีแห่งการเป็นกะเหรี่ยงที่แท้จะช่วยให้สังคมกะเหรี่ยงและธรรมชาติอยู่รอด แต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ป่าไม้พยายามบีบบังคับให้คนกะเหรี่ยงเป็นเจ้าของที่ดินและทำไร่ในพื้นที่จำกัดเพียง 2-3 แปลง ด้วยนโยบายการจัดเก็บภาษีที่ดิน นับว่าเป็นเงื่อนไขที่สร้างผลกระทบต่อเสถียรภาพในการใช้ที่ดินป่าของคนกะเหรี่ยงโดยแท้ เพราะเท่ากับเป็นการตัดตอนระยะเวลาการฟื้นสภาพป่าให้สั้นลงและมีผลต่อระบบนิเวศน์ของป่าในที่สุด
อนาคตของชุมชนกะเหรี่ยงและป่าทุ่งใหญ่ จึงต้องเป็นสิ่งที่ต้องคิดกันให้ไกล สิ่งจำเป็นที่จะต้องยอมรับกันในเบื้องต้นก็คือ การที่ชุมชนเหล่านี้สามารถดำรงชีวิตในป่าทุ่งใหญ่มาได้เป็นเวลาหลายร้อยปี โดยรักษาความสมดุลย์ทางธรรมชาติตลอดมานั้นด้วยความรู้ทางนิเวศน์วิทยา อันเกิดจากการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์มาแต่รุ่นบรรพบุรุษ ความรู้เหล่านี้เป็นความรู้ในระดับรากฐานของสังคมไทยและมีบทบาทต่อสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นมาช้านาน หากแต่ถูกละเลยไม่ได้รับการยอมรับในทางคุณค่าให้มีฐานะเป็นความรู้สมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ว่าสังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรมทั้งในที่ราบลุ่มและที่สูงของทุกภูมิภาคล้วนพึ่งพาอาศัยและอยู่ร่วมกับธรรมชาติด้วยความรู้และประสบการณ์อันน่าสนใจ ชุมชนกะเหรี่ยงในป่าทุ่งใหญ่นั้นก็เป็นตัวแทนของชุมชนเกษตรกรรมในอีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นมีความสัมพันธ์กับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การศึกษาเพื่อประโยชน์ของป่าทุ่งใหญ่ สังคมกะเหรี่ยงและสังคมไทยในอนาคต
เรื่องอื่นที่น่าสนใจ ที่คุณอาจต้องการรู้
- เที่ยวคลองด่านเชิงนิเวศน์
- ท่องเที่ยวสุมหัวฝ่าวิกฤต
- เส้นทางรถเมล์สายใหม่ของ ขสมก.
- Heightlights Phi Ta Khon Festival
- เกาะไม้ซี้เล็ก ตราด
ขอบคุณค่ะ
Cheap Best News Cyber Biz
- โซนี่ส่งหูฟังซีรีย์ XBA ลงตลาดระดับกลางถึงไฮเอนด์ (ชมคลิป)
- กสทช.บีบค่ายมือถือกำหนดวันหมดอายุพรีเพดใหม่ใน 30 วัน
- 'กิตติศักดิ์' คว้าเก้าอี้ซีอีโอ กสท ตามคาด
- ซัมซุงยัน Galaxy S III ไม่เปิดตัวที่ฝรั่งเศส
- 'ฟูจิ ซีร็อกซ์' ดันธุรกิจเอาท์ซอร์ส ให้คำปรึกษาลดค่าใช้จ่ายองค์กร
- จับตาเฟซบุ๊กลุยโฆษณามือถือ-แท็บเล็ต
- รับชมวิดีโอแรก Google Chrome สำหรับแอนดรอยด์
- กสทช.เตรียมรื้อเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมาย
- นิคอน จุดพลุ กล้องฟูลเฟรม D800 ชูความละเอียด 36.3 ล้านพิกเซล
- ลาก่อน ปุ่ม Start บน Windows : Cyber talk



