ลงทุนในทองคำเกิน 2 ปีกำไรดี

Posted on Friday, June 11, 2010 by in การเงินการลงทุน |

ลงทุนทองคำราคาพุ่งอีกแล้ว

นักวิเคราะห์จากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจธนาคารทหารไทย (TMB) ได้วิเคราะห์การลงทุนในทองคำไว้ว่า ให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไทย หากถือเกิน 2 ปีขึ้นไป เนื่องจากการลงทุนในระยะสั้น ทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือก (Safe-Haven Asset Class) ที่นักลงทุนเลือกถือในสภาวะเศรษฐกิจขาลงและมีความเสี่ยงสูง แต่ในระยะยาว ราคาทองคำปรับตัวตามแนวโน้มพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก

หากลงทุนในทองคำเป็นระยะเวลา 2 ปี จะได้อัตราตอบแทนเฉลี่ยสูงอยู่ที่ 11% ต่อปี ในขณะที่การลงทุนในตลาดทุนจะอยู่ที่ 6% ต่อปี นั่นแสดงถึงว่าการลงทุนในทองคำมักได้ผลตอบแทนค่อนข้างสม่ำเสมอ และมีเสถียรภาพมากกว่าผลตอบแทนจากตลาดทุนที่มักผันผวนขึ้นลงได้ตามภาวะ เศรษฐกิจโดยหากเลือกลงทุนในทองคำระยะยาวแล้วจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยดีกว่าตลาดทุน และยังมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าด้วย

ลองนำดัชนีตลาดทุนและราคาทองคำทั้งในตลาดโลกและในประเทศไทยมาเปรียบเทียบกันแล้วก็จะพบว่าหากเราเริ่มลงทุนซื้อทองคำเก็บไว้ตั้งแต่ต้นปี 2543 แล้วถือไว้จนถึงต้นปี 2553 จะทำให้ได้กำไรต่อปีประมาณ 12-15% ต่อปี แต่ถ้าถือหลักทรัพย์ในตลาดทุนจะได้ผลตอบแทนรวมปันผลเพียง 3-9% ต่อปี โดยในช่วงปี 2543-2553 การลงทุนในระยะยาวในทองคำให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในตลาดทุน อย่าลืมว่าการลงทุนในโลกแห่งความจริงนั้น นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้ถือทองหรือหลักทรัพย์ไว้เฉยๆ เป็นเวลานานกว่า 10 ปี แต่ว่าจะมีการซื้อขายสับเปลี่ยนตลอดเวลา ดังนั้นถ้าคำนวณเป็นรอบการลงทุนจะพบการลงทุนระยะสั้น เช่น ซื้อวันนี้แล้วขายในอีก 3 เดือนหน้า อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยช่วงปี 2543-2553 จากการลงทุนในตลาดทุนจะอยู่ที่ประมาณ 23% ต่อปี ขณะที่ทองคำจะอยู่ที่ 15% ต่อปี

ถ้าเพิ่มระยะเวลาลงทุนเป็น 2 ปี อัตราผลตอบแทนในตลาดทุนจะอยู่ที่ประมาณ 6% ต่อปี และทองคำอยู่ที่ 11% ต่อปี นั่นแสดงถึงว่าการลงทุนในทองคำมักได้ผลตอบแทนค่อนข้างสม่ำเสมอ และมีเสถียรภาพมากกว่าผลตอบแทนจากตลาดทุนที่มักผันผวนขึ้นลงได้ตามภาวะเศรษฐกิจ

แนวโน้มตลาดทองคำ

ตลาดทุนมีความผันผวนมากกว่าราคาทองคำอย่างชัดเจน ถ้าพิจารณาความผันผวนของราคาทองคำและดัชนีตลาดทุนตั้งแต่ปี 2543-2553 จะพบว่าทองคำมีความผันผวนเฉลี่ย 1.5 ขณะที่ตลาดทุนมีความผันผวนเฉลี่ย 2.6 อย่างไรก็ดีมีเพียงบางช่วงเท่านั้นที่ราคาทองคำผันผวนกว่าหรือเท่ากับดัชนีตลาดทุน

จะเห็นได้ว่าการลงทุนในทองคำระยะยาวแล้วจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยดีกว่าตลาด ทุน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าด้วย โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา การลงทุนในทองคำระยะเวลา 2 ปี ผู้ถือแทบจะไม่ขาดทุนเลย แต่สำหรับนักลงทุนระยะสั้นการลงทุนในตลาดทุนก็ยังคงมีโอกาสได้รับผลตอบแทน เฉลี่ยที่สูงกว่า

อย่างไรก็ดี คงมีหลายคนเคยได้ยินว่าในช่วงภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ทองคำมัก|มีราคาเพิ่มสูงขึ้น จะเห็นได้ชัดเจนว่าในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551-2552ราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ว่ามีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงท้ายปี 2551 และต้นปี 2552 ที่วิกฤตลุกลามไปทั่ว ดังนั้นความเชื่อที่ว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงวิกฤตจึงไม่ถูกต้องนัก

หรือถ้าหากมองเป็นอัตราผลตอบแทนรายปี จะพบว่าช่วงต้นทศวรรษที่ 2543 และช่วงปี 2551-2552 อัตราผลตอบแทนทั้งในตลาดทุนและในทองคำปรับลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในตลาดทุนที่มีการปรับลดลงมากจนผลตอบแทนจาก|การลงทุนติดลบ ขณะที่ราคาทองคำเองก็ปรับตัวลดลงจนส่งผลให้ผลตอบแทนติดลบเช่นกัน แต่ก็ยังไม่รุนแรงเท่ากับในตลาดทุน

ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ทางเลือกในสภาวะเสี่ยง (Safe-Haven Asset) หรือไม่ ลองมาพิจารณาปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำกัน ขอแบ่งกรอบการมองออกเป็นระยะสั้นและระยะยาว (2 ปีขึ้นไป) โดยในระยะยาวราคาทองคำจะเคลื่อนไหวขึ้นลงไปตามอุปสงค์และปริมาณของทองคำในตลาดโลก ซึ่งหากพิจารณาในช่วงปี 2547-2551 จะพบว่า การใช้ทองคำกว่า 68% ของความต้องการทองคำทั่วโลกนำไปใช้เพื่อผลิตสินค้าอัญมณี และ 14% นำไปใช้ในอุตสาหกรรม ซึ่งรวมแล้วกว่า 82% ที่เป็นการใช้ไปเพื่อการบริโภคและการผลิต หรือกล่าวคือใช้ทองคำในฐานะที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ขณะที่ส่วนที่เหลืออีก 19% นำไปใช้เพื่อการลงทุน

การใช้ทองคำในการทำอัญมณีและสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นสินค้าที่มักเติบโตไปในทิศทางเดียวกับระดับรายได้หรือการขยายตัวของ เศรษฐกิจ ดังนั้น หากเศรษฐกิจขยายตัวก็จะส่งผลให้ความต้องการทองคำเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผลให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นได้

การนำทองคำไปใช้เพื่อการลงทุน ในภาวะปกตินักลงทุนย่อมเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนมากกว่า ในตลาดโลกที่การลงทุนมักอยู่ในรูปของเงินเหรียญสหรัฐ ถ้าหากค่าเงินเหรียญสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง นักลงทุนยอมลดการถือเงินเหรียญสหรัฐแล้วหันไปถือสินทรัพย์อื่นอย่างเช่น ทองคำได้

ปริมาณของทองคำกว่า 60% ของปริมาณทองคำมาจากการผลิตจากเหมือง 28% มาจากทองคำเก่าที่นำมาผลิตใหม่และ 12% มาจากการซื้อขายทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก ด้วยเหตุที่ผลผลิต จากเหมืองมีสัดส่วนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับอุปทานทองคำทั้งโลก ดังนั้นการปรับตัวเพิ่มหรือลดของการผลิตจากเหมืองย่อมมีผลต่อราคาทองในตลาด โลกในทางตรงข้าม การเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุน หลักของการผลิตสินค้าต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ทองคำก็มีผลต่อการผลิตและการขนส่งทองคำ ซึ่งทำให้ราคาทองคำปรับตัวในทิศทางเดียวกับต้นทุนได้เช่นกัน

ในระยะสั้นศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB พบว่าทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่นักลงทุนถือไว้เพื่อป้องกัน ความเสี่ยงยามเศรษฐกิจหดตัว แต่เนื่องจากปัจจัยด้านอื่นที่มีอิทธิพลต่อราคาทองคำซึ่งรวมถึงผลในระยะยาว ของความต้องการทองคำที่จะเพิ่มขึ้นตามระดับรายได้ในฐานะที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ จึงทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงได้ในยามเศรษฐกิจหดตัว

จากความเข้าใจเรื่องความต้องการและปริมาณของทองคำ ทำให้รู้ว่าทองคำเป็นได้ทั้งสินค้าโภคภัณฑ์และสินทรัพย์เพื่อการลงทุน ดังนั้น หากมองทองคำในแง่เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนโดยตัดผลของรายได้ที่มีต่อทองคำ ในฐานะสินค้าโภคภัณฑ์ออกไปแล้ว จะพบว่าการเปลี่ยนแปลงรายได้หรือการขยาย/หดตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลในทางตรง ข้ามกับราคาทองคำซึ่งแสดงถึงความต้องการถือทองคำที่มากขึ้นในช่วงเศรษฐกิจหด ตัว โดยหากเศรษฐกิจหดตัว 1% จะมีผลให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.7% ขณะที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐและราคาน้ำมันหากเปลี่ยนไป 1% จะมีผลต่อราคาทองคำ ลบ 0.86 และ 0.06 ตามลำดับ

การเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่เบี่ยงเบนออกจากราคาพื้นฐาน เกิดจากความต้องการทองคำในฐานะที่เป็นสินทรัพย์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Safe-Haven Asset) จะเห็นได้ชัดว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่เบี่ยงเบนออกจากราคาพื้นฐานจะ สวนทางกับการขยายตัวของเศรษฐกิจซึ่งแสดงถึงความต้องการซื้อและขายทองคำที่ สวนทางกับรายได้ แปลว่าใน|ช่วงรายได้ลดลง (เศรษฐกิจหดตัว คนจะเริ่มมีการซื้อทองคำเก็บไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ศรษฐกิจขยายตัว) จะเริ่มมีการขายทองคำเพื่อไปถือสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าแทน

ผลวิเคราะห์ราคาทองคำ

- ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อทิศทางเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าและเศรษฐกิจโลกหดตัว
- ราคาทองคำมีความสัมพันธ์เล็กน้อยในทิศทางเดียวกันกับราคาน้ำมันในตลาดโลก
- ราคาทองคำและดัชนีตลาดหุ้น|เริ่มมีความผันผวนใกล้เคียงกันมากขึ้นในช่วง 5 ปีหลัง

ที่มา : สมาคมค้าทองคำ / posttoday

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ ที่คุณอาจต้องการรู้

  1. แนวโน้มทองคำ แหล่งเงินได้ของนักลงทุน
  2. SPDR Gold Trust กองทุนทองคำที่ใหญ่สุดในโลก
  3. One-Asset ลุยกองทุนพันธบัตรเกาหลีใต้
  4. Gold Futures แนวโน้มราคาทองคำ
  5. ดัชนีตลาดหลักทรัพย์อาจเคลื่อนตัวถึง 730 จุด


Tags: , , , , , ,
ขอบคุณในความกรุณาจากทุกท่านเป็นอย่างสูงที่สนใจเนื้อหาภายในเว็บไซต์แห่งนี้ หากต้องการนำบทความในหน้านี้ไปเผยแพร่หรือคัดลอกไปใช้ในกรณีใดๆ โปรดกรุณาทำ link กลับมายังต้นฉบับด้วย จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูง หรือจะ copy url ด้านล่างนี้ไปใช้เพื่อทำ link กลับมายังหน้าแห่งนี้ได้เลย

ขอบคุณค่ะ

Cheap Best News Cyber Biz

One Response to ลงทุนในทองคำเกิน 2 ปีกำไรดี

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.


Warning: unlink(/home/cheapest/public_html/error_log) [function.unlink]: No such file or directory in /home/cheapest/public_html/index.php on line 18