
Search!
Enter your keywords:Recent Posts
- รางวัล ที่คนทำงานยุคใหม่ ใฝ่หา
- ฝากประจำ ดอกเบี้ยสูง จริงหรือ
- มีปัญหากับ KrungSri First Choice แฮะ
- เสียความรู้สึกที่ ดาษดา แกลลอรี่ เขาใหญ่
- เกณฑ์การรับเงินชดเชย น้ำท่วม
- เที่ยวเกาะล้าน ใส่ One piece wool long johns โชว์สาว
- The Mens One Piece Wool Long Johns
- Wow Florists Fashion in the Land
- พ่อมด น้อย ทางการเงิน ก๊าก..กก
- หนาวนี้ ไปเที่ยว เกาะล้าน พัก รีสอร์ท
Archives
- February 2012
- January 2012
- December 2011
- November 2011
- October 2011
- September 2011
- August 2011
- July 2011
- June 2011
- May 2011
- April 2011
- March 2011
Blogroll
หลักการเลือกซื้อหุ้นกู้
หลายๆ ท่านคงเคยมีประสบการณ์ ในการเลือกซื้อหุ้นและการลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชน เช่น หุ้นกู้ปูนซีเมนต์ไทย, หุ้นกู้ปตทสผ. ฯลฯ ที่ทยอยเสนอขายอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วันนี้ผมจะขอเสนอแนวทางในการเลือกหุ้นกู้เอกชนอย่างมีหลักการ ซึ่งน่าจะพอเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนของท่านได้
ตราสารภาคเอกชนจัดเป็นตราสารที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูงกว่าพันธบัตร รัฐบาล กล่าวคือโอกาสผิดนัดชำระหนี้ของหุ้นกู้จะสูงกว่าพันธบัตร โดยหุ้นกู้ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท จัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น FITCH, TRIS โดยอันดับความน่าเชื่อถือระดับสูงสุดคือ AAA และอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment grade คือ BBB – ขึ้นไป
ยกตัวอย่างเช่น หากพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีมีดอกเบี้ยที่ 3.34% หุ้นกู้ก็ควรได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าพันธบัตร โดยส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยของหุ้นกู้กับดอกเบี้ยของพันธบัตรจะเรียกว่า Credit Spread ซึ่งเป็นผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่ช่วยชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้ หุ้นกู้ที่ได้รับ Ratings ต่ำกว่าย่อมหมายถึงมีความเสี่ยงที่สูงกว่า หุ้นกู้นั้นก็ควรจะมี Credit Spread ที่สูงกว่าเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
ที่สำคัญคือท่านในฐานะนักลงทุนรายย่อย จะทราบถึงดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล และ Credit spread ของหุ้นกู้เอกชนได้จากแหล่งข้อมูลใด แนะนำให้ท่านศึกษาข้อมูลได้จากเวบไซต์ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Thai Bond Market Association) เปิดซื้อหุ้นกู้ 2553
การเลือกซื้อหุ้นกู้
รูปที่ 1 Corporate Bond Yield Curve

จากรูปที่ 1 แสดงให้เห็นถึง Credit Spread ปัจจุบันของหุ้นกู้ในแต่ละช่วงอายุ และระดับ Ratings ต่าง ๆ เช่น หุ้นกู้อายุ 3 – 5 ปี ระดับ A มีระดับ Credit Spread ที่ 176 bps หรือ 1.76% ส่วนระดับ BBB อยู่ที่ 367 bps หรือ 3.76%
รูปที่ 2 ThaiBMA Government Bond Yield Curve

เมื่อทราบข้อมูล Credit Spread แล้ว ให้นำค่า Credit Spread ที่ได้ไปบวกกับดอกเบี้ยของพันธบัตร ตามรูปที่ 2 ยกตัวอย่างเช่น หากท่านกำลังศึกษาเพื่อจะลงทุนในหุ้นกู้ระดับ A ที่อายุประมาณ 5 ปี ปัจจุบัน ณ วันที่ 16 มิ.ย. ดอกเบี้ยพันธบัตร 5 ปีอยู่ที่ 3.34% และ Credit Spread อยู่ที่ 1.76% ดังนั้นดอกเบี้ยที่เหมาะสมก็ควรอยู่ที่ระดับใกล้เคียง 3.34 + 1.76 = 5.10%
หลักการที่ผมนำเสนอในวันนี้จะช่วยให้ท่านสามารถคำนวณหาดอกเบี้ยที่เหมาะสม สำหรับหุ้นกู้แต่ละรุ่นที่เสนอขายในตลาดได้ เช่น หากเราได้รับการเสนอขายหุ้นกู้ 5 ปีระดับ A ที่ดอกเบี้ย หรือ Yield to maturity ที่ 6.00% ก็น่าจะเป็นโอกาสที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะได้ดอกเบี้ยสูงกว่าระดับ Fair value อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์ฐานะทางการเงินของแต่ละบริษัทที่เราจะลงทุนอย่าง ละเอียดก็มีความสำคัญครับ เพราะ Ratings นั้นไม่ใช่ว่าได้ A แล้วจะคงอยู่ตลอดไป ถ้าฐานะการเงินด้อยลง บริษัทนั้นก็จะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือได้เช่นกัน
ในโลกของการลงทุนนั้น “ยิ่งรู้มากกว่าก็ยิ่งได้เปรียบ” ข้อมูลโดย เจษฎา สุขทิศ,CFA. ผู้จัดการกองทุน, บลจ.อยุธยา จำกัด
เรื่องอื่นที่น่าสนใจ ที่คุณอาจต้องการรู้
- ทหารไทยชวนลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ
- มารู้จักกับ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
- Global Bond Fund คืออะไร
- Cash Advance Are Better Than Banks Payday Loans
- กองทุนรวม FIF กับฟองสบู่ดูไบ
ขอบคุณค่ะ
Cheap Best News Cyber Biz
- โซนี่ส่งหูฟังซีรีย์ XBA ลงตลาดระดับกลางถึงไฮเอนด์ (ชมคลิป)
- กสทช.บีบค่ายมือถือกำหนดวันหมดอายุพรีเพดใหม่ใน 30 วัน
- 'กิตติศักดิ์' คว้าเก้าอี้ซีอีโอ กสท ตามคาด
- ซัมซุงยัน Galaxy S III ไม่เปิดตัวที่ฝรั่งเศส
- 'ฟูจิ ซีร็อกซ์' ดันธุรกิจเอาท์ซอร์ส ให้คำปรึกษาลดค่าใช้จ่ายองค์กร
- จับตาเฟซบุ๊กลุยโฆษณามือถือ-แท็บเล็ต
- รับชมวิดีโอแรก Google Chrome สำหรับแอนดรอยด์
- กสทช.เตรียมรื้อเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมาย
- นิคอน จุดพลุ กล้องฟูลเฟรม D800 ชูความละเอียด 36.3 ล้านพิกเซล
- ลาก่อน ปุ่ม Start บน Windows : Cyber talk



